คำถามสำหรับนักลงทุน

บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561 โดยกลุ่มนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ซึ่งเล็งเห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแบบครบวงจรในประเทศไทย นำโดยคุณชนะชัย จุลจิราภรณ์ นักธุรกิจผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการเงินและการลงทุน ร่วมกับนายแพทย์พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ แพทย์และนักธุรกิจผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม และนายแพทย์สันธา ศรีสุภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

บริษัทให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การวางแผนรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก ตลอดจนการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยมีทีมงานบุคลากรผู้มีประสบการณ์พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียด นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ของคู่สมรส

จุดเด่นของบริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย

  1. การให้บริการแบบครบวงจร: บริษัทให้บริการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากตั้งแต่การวางแผน การเลือกวิธีการรักษา ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ทันสมัย เช่น ICSI การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน และการแช่แข็งเซลล์ไข่ อสุจิ และตัวอ่อน
  2. มาตรฐานระดับสากล: บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI, ISO:9001 และ Global Healthcare Accreditation (GHA) ซึ่งยืนยันถึงคุณภาพการบริการที่ปลอดภัยและมีมาตรฐานระดับโลก
  3. ความเชี่ยวชาญของทีมงาน: ทีมแพทย์และบุคลากรของบริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พร้อมด้วยอุปกรณ์และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษา
  4. ขยายธุรกิจสู่เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging): นอกจากการรักษาภาวะมีบุตรยากแล้ว บริษัทยังขยายการให้บริการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม
  5. การเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย: บริษัทเป็นศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่สามารถรับรองทั้ง International Healthcare Standard และ ISO&EN พร้อมกัน

วิสัยทัศน์ ของบริษัทคือ การเป็น “ผู้นำศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากครบวงจรของเอเชียด้วยมาตรฐานสากล มุ่งเน้นความพึงพอใจสูงสุดของผู้มาใช้บริการ และพร้อมเป็นแรงบันดาลใจ เติมเต็มความสุขของทุกครอบครัว”

พันธกิจ ของบริษัท ประกอบด้วย

  1. ใส่ใจในเรื่องการบริการเทคโนโลยีชั้นสูง: เราเป็นคลินิกที่ใส่ใจในเรื่องการบริการเทคโนโลยีชั้นสูงที่ช่วยในการเจริญพันธ์อย่างครบวงจร และเพื่อช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการมีบุตรให้ผู้ที่มีบุตรยาก
  2. ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคลากร: เราคัดเลือกบุคลากรที่มี ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถสูงและส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ และทางการแพทย์ อย่างต่อเนื่อง โดยเราให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคลากรทางการแพทย์, นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน และ นักวิทยาศาสตร์คัดกรองทางพันธุกรรม อย่างมีคุณภาพ
  3. ให้ความสำคัญในมาตรฐานระดับสากล: เราให้ความสำคัญในมาตรฐานระดับสูงถึงการรักษาผู้มีบุตรยากในระดับสากล
  4. มุ่งมั่นสร้างการเติบโตและความยั่งยืนทางธุรกิจ: บริษัทมุ่งมั่นสร้างการเติบโตและความยั่งยืนทางธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต พร้อมด้วยบริการที่ดี และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้หลักธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคม

กลยุทธ์สำหรับธุรกิจของบริษัทประกอบไปด้วย

1. การพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้วัฒนธรรมองค์กร “INSPIRE” ของบริษัท บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพบริการ โดยเน้นการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ ทั้งทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และพนักงานสนับสนุนที่มีทัศนคติที่ดี พร้อมลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การตรวจอัลตราซาวด์ 3 มิติ/4 มิติ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่มีมาตรฐาน และเทคโนโลยี SNP array (เทคโนโลยีการตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อน) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรม อัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์อยู่ที่ร้อยละ 70-76 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ร้อยละ 48.53 รวมถึง บุคลากรของบริษัทจะได้รับการส่งเสริมให้มีการพัฒนาความรู้ความสามารถอยู่เสมอด้วยการเข้าร่วมการอบรมหรือเข้าร่วมสัมมนาทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพของตน เช่น วิธีการทำงานหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลหรือการกำกับดูแลกิจการกิจการที่ดี

2. การให้บริการครบวงจรด้วยมาตรฐานระดับสากล

บริษัทนำเสนอการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากแบบครบวงจร เช่น ICSI, IUI และบริการเพิ่มเติมอื่นๆ พร้อมพัฒนาและรักษามาตรฐานคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการรับรองจาก AACI และมุ่งมั่นที่จะยกระดับบริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเสมอ

3. การสร้าง Brand Awareness

บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ ผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ภายใต้แนวคิด "Luxury and Relax" โดยสื่อถึงคุณภาพและความคุ้มค่าในการให้บริการ นอกจากนี้ยังเน้นวัฒนธรรมองค์กร "INSPIRE" เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีตามมาตรฐานที่กำหนด

4. การเติบโตผ่านการสร้างพันธมิตรที่มีศักยภาพ

บริษัทมุ่งเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ การมีพันธมิตรช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินงานและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัทมีรายได้หลักจากการให้บริการ 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่:

1. การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก

ประกอบด้วยการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทในช่วงปี 2564-2566 โดยรายได้จาก ICSI มีสัดส่วนสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจนี้ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อน (PGT) และการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนรายได้รวมของบริษัท

  • ปี 2564: 11.24 ล้านบาท (ร้อยละ 94.65 ของรายได้รวม)
  • ปี 2565: 63.31 ล้านบาท (ร้อยละ 97.65 ของรายได้รวม)
  • ปี 2566: 107.90 ล้านบาท (ร้อยละ 88.37 ของรายได้รวม)

2. การให้บริการเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging)

ในปี 2566 บริษัทได้เริ่มให้บริการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งเป็นบริการใหม่ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อฟื้นฟูสมดุลร่างกาย มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • ปี 2566: 13.64 ล้านบาท (ร้อยละ 11.18 ของรายได้รวม)

บริษัทมีการให้บริการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากแบบครบวงจรด้วยมาตรฐานระดับสากล โดยการให้บริการของบริษัท สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก บริษัทประกอบธุรกิจให้บริการศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากซึ่งมีผู้รับบริการทั้งคนไทยและต่างชาติที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน โดยบริการที่สำคัญมีดังนี้

  1. การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว วิธี ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection):
  2. การให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผู้มีบุตรยาก

    • การตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนย้าย/ใส่กลับ หรือ Preimplantation Genetic Testing (PGT)
    • การรักษาภาวะการเจริญพันธุ์ (Fertility Preservation)
    • การเก็บอสุจิจากอัณฑะโดยตรง (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration/Testicular Sperm Extraction: PESA/TESE)
    • การฉีด PRP (Platelet – Rich Plasma) เข้าสู่โพรงมดลูกหรือรังไข่
    • การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธีการฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก IUI (Intra uterine Insemination)

2. การให้บริการเวชศาสตร์ชะลอวัย เวชศาสตร์ชะลอวัยเป็นศาสตร์ด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Medicine) ที่เน้นการตรวจร่างกายอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยีทันสมัย โดยสามารถตรวจลึกถึงระดับเซลล์ เพื่อนำมาประเมินและวิเคราะห์สุขภาพของแต่ละบุคคล พร้อมเสริมวิตามินที่จำเป็นอย่างเฉพาะเจาะจง ฟื้นฟูสุขภาพและปรับสมดุลของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทมีบริการเวชศาสตร์ชะลอวัย 2 รูปแบบ ได้แก่

  1. Double Filtration Plasmapheresis (DFPP): เป็นกระบวนการฟอกเลือดให้สะอาดบริสุทธิ์ โดยใช้ตัวกรองที่ออกแบบเฉพาะตามอาการของผู้รับบริการ เช่น ตัวกรองเชื้อไวรัส สารพิษ สารก่อการอักเสบ สารก่อภูมิแพ้ และไขมันคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์
  2. การฉีดวิตามินเพื่อบำรุงผิวและเสริมสร้างฮอร์โมน: บริการนี้รวมถึงการฉีดวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนและปรับสมดุลร่างกาย โดยเฉพาะสำหรับผู้มีบุตรยาก ซึ่งการฟื้นฟูเซลล์ในร่างกายให้แข็งแรงสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น

การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เป็นการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีอัตราความสำเร็จสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยากทั้งจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หรือกรณีที่มีโรคทางพันธุกรรม การรักษาด้วยวิธี ICSI มีขั้นตอนหลักดังนี้:

1. การกระตุ้นไข่

ขั้นตอนเริ่มต้นด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์และเจาะเลือดเพื่อประเมินจำนวนไข่และระดับฮอร์โมนของฝ่ายหญิง แพทย์จะให้ยาฉีดกระตุ้นไข่เป็นเวลา 10-12 วัน ในช่วงนี้ฝ่ายหญิงจะต้องมาตรวจติดตามการเจริญเติบโตของไข่หลายครั้ง

2. การเก็บเซลล์ไข่ ปฏิสนธิ และเลี้ยงตัวอ่อน

เมื่อไข่เจริญเติบโตได้ขนาดที่เหมาะสม แพทย์จะเจาะเก็บไข่และเก็บอสุจิจากฝ่ายชาย เซลล์ไข่จะถูกนำไปปฏิสนธิกับอสุจิในห้องปฏิบัติการสะอาด โดยการฉีดอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเข้าไปในไข่โดยตรง ตัวอ่อนที่ปฏิสนธิจะถูกเลี้ยงในตู้เพาะเลี้ยงที่ควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม จนถึงระยะบลาสโตซิสท์ (Blastocyst) ซึ่งใช้เวลา 5-6 วันหลังจากเก็บไข่

3. การเตรียมความพร้อมเยื่อบุโพรงมดลูกและย้ายตัวอ่อน

ก่อนการย้ายตัวอ่อน แพทย์จะให้ยาปรับเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน ขั้นตอนการย้ายตัวอ่อนสามารถทำได้ทั้งในรอบสด (Fresh embryo transfer) หรือรอบแช่แข็ง (Frozen embryo transfer) ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของฝ่ายหญิง ตัวอ่อนสามารถเก็บแช่แข็งได้นานถึง 20 ปี

หลังจากย้ายตัวอ่อน แพทย์จะนัดตรวจเลือดเพื่อตรวจการตั้งครรภ์ หากผลเป็นบวก คู่สมรสสามารถฝากครรภ์กับสูตินรีแพทย์ต่อไปตามปกติ

ติดต่อเรา