PGT คืออะไร? การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนย้ายกลับ ช่วยอะไรในการทำ IVF
คำตอบสั้นสำหรับผู้ที่กำลังศึกษา PGT
PGT (Preimplantation Genetic Testing) คือการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมของตัวอ่อนที่ได้จากกระบวนการ IVF ก่อนการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
วัตถุประสงค์หลักของ PGT คือการช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์ทางพันธุกรรมในขอบเขตที่สามารถตรวจได้ เพื่อสนับสนุนการวางแผนการรักษาและช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติทางพันธุกรรมบางประเภท
PGT ทำงานอย่างไร
หลังจากตัวอ่อนพัฒนาถึงระยะ Blastocyst
นักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อนจะเก็บเซลล์จำนวนเล็กน้อยจากชั้นนอกของตัวอ่อนเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม
ตัวอ่อนจะถูกแช่แข็งระหว่างรอผลตรวจ
เมื่อผลการตรวจเสร็จสมบูรณ์ ทีมแพทย์จะนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมสำหรับการย้ายกลับ
PGT มีกี่ประเภท
PGT-A
Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy
ใช้ตรวจจำนวนโครโมโซมของตัวอ่อน
ช่วยระบุความผิดปกติของโครโมโซมบางประเภท เช่น
- Trisomy 21 (Down Syndrome)
- Trisomy 18
- Trisomy 13
PGT-A เป็นประเภทที่ใช้บ่อยที่สุดในการรักษา IVF
PGT-M
Preimplantation Genetic Testing for Monogenic Disorders
ใช้สำหรับคู่สมรสที่เป็นพาหะหรือมีประวัติโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากยีนเดี่ยว
ตัวอย่างเช่น
- ธาลัสซีเมีย
- Cystic Fibrosis
- Spinal Muscular Atrophy (SMA)
PGT-SR
Preimplantation Genetic Testing for Structural Rearrangements
เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีความผิดปกติของโครงสร้างโครโมโซม
เช่น
- Balanced Translocation
- Robertsonian Translocation
ใครบ้างที่อาจได้รับประโยชน์จาก PGT
PGT อาจเป็นทางเลือกที่แพทย์พิจารณาในกรณีต่อไปนี้
อายุ 35 ปีขึ้นไป
ความเสี่ยงของความผิดปกติของโครโมโซมเพิ่มขึ้นตามอายุ
เคยแท้งซ้ำหลายครั้ง
ในบางกรณี ความผิดปกติของโครโมโซมอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
เคยทำ IVF หลายรอบแต่ไม่สำเร็จ
PGT อาจช่วยเพิ่มข้อมูลในการวางแผนการรักษารอบถัดไป
มีประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว
อาจพิจารณา PGT-M ตามคำแนะนำของแพทย์
PGT ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จของ IVF หรือไม่
PGT ไม่ได้รับประกันการตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางกลุ่ม PGT อาจช่วย
- สนับสนุนการคัดเลือกตัวอ่อน
- ลดโอกาสการย้ายตัวอ่อนที่มีความผิดปกติของโครโมโซม
- ช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- อายุผู้ป่วย
- คุณภาพไข่
- คุณภาพอสุจิ
- สุขภาพมดลูก
- คุณภาพตัวอ่อน
เทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจ PGT
Next Generation Sequencing (NGS)
เทคโนโลยีวิเคราะห์สารพันธุกรรมความละเอียดสูง
สามารถตรวจสอบโครโมโซมได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำ
Karyomapping
เทคนิคที่ช่วยวิเคราะห์โรคทางพันธุกรรมบางประเภทที่เกิดจากยีนเดี่ยว
ใช้ในกรณีที่มีการวางแผนทำ PGT-M
PGT ร่วมกับเทคโนโลยี IVF สมัยใหม่
ที่ Inspire IVF มีการนำเทคโนโลยีหลายรูปแบบมาใช้ร่วมกัน เช่น
- AI Embryo Assessment
- EmbryoScope Time-Lapse Monitoring
- ICSI
- Telemedicine Consultation
- Genetic Counseling
เพื่อสนับสนุนการวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ผู้ป่วยต่างชาติเลือกประเทศไทยเพื่อทำ PGT เพราะอะไร
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้าน Fertility Treatment ของเอเชีย
ปัจจัยที่ผู้ป่วยต่างชาติให้ความสำคัญ ได้แก่
- เทคโนโลยีด้าน IVF และ PGT
- ทีมแพทย์เฉพาะทาง
- ห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล
- International Patient Services
- ความสะดวกในการเดินทาง
มาตรฐานที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกคลินิก IVF และ PGT
นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ควรพิจารณามาตรฐานด้านคุณภาพ เช่น
- AACI Accreditation
- TEMOS Certification
- ISO 9001 Quality Management System
มาตรฐานเหล่านี้สะท้อนถึงระบบคุณภาพ ความปลอดภัย และการดูแลผู้ป่วยในระดับสากล
สรุป
PGT เป็นเทคโนโลยีทางพันธุกรรมที่ใช้ร่วมกับ IVF เพื่อช่วยประเมินตัวอ่อนก่อนการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
การตรวจ PGT อาจช่วยสนับสนุนการวางแผนการรักษาในผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น เคยแท้งซ้ำ หรือมีประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ PGT ควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพและเป้าหมายการรักษาของแต่ละบุคคล
*ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย และไม่มีเทคโนโลยีใดที่สามารถรับประกันการตั้งครรภ์หรือการคลอดบุตรที่สมบูรณ์ได้ 100%